วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เคล็ดลับช่วยให้นอนหลับง่าย





การนอนหลับพักผ่อนเป็นแหล่งรวบรวมพลังของร่างกายมนุษย์  เพื่อให้ต่นมาสดใส   สามรถทำงานต่อสู้ได้ในวันถัดไป นอนไม่หลับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวัย สาเหตุจะแตกต่างกันไป   ถ้านอนไม่หลับจะส่งผลต่อสุขภาพ
ให้เราสังเกตุปัญหาการนอน   ว่า  ตื่นไวกว่าที่คิด หรือ  นอนไม่หลับอย่างต่อเนื่อง ยาวนานเข้าจนรบกวนชีวิตประจำวัน  เรามีข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต แนะนำเคล็ดลับช่วยในการนอนหลับ มาบอก หากนอนไม่พอ  จะทำให้ประสิทธิภาพการ ทำงานลดลง ความจำ สมาธิต่าง/ลดลง  และปัญหาสุขภาพ ระบบ ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลงด้วย รวมไปถึงปัญหาสุขภาพจิต เข่นภาวะเครียด โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า
เคล็ดลับช่วยในการนอนหลับ  ได้ดี  คือ เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลา เป็นประจำทุกวัน  ถ้านอนกลางวัน ควรนอนไม่เกิน 45 นาที หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกฮอล์ที่มากเกินไปเป็นระยะเวลา 4 ชั่วโมงก่อนนนอน และงดสูบบุหรี่หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ คาเฟอีน6ชั่วโมง ก่อนนอน หลีกเลี่ยงการทานอาหารมื้อหนัก เผ็ด อาหารหวาน เป็นระยะเวลา 4 ชั่วโมงก่อนนนอน  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  หลีกเลี่ยงการอออกกำลังกายก่อนนนอน  เคล็ดลับสุดท้าย ใช้ห้องนอนเพื่อนอนเท่านั้น   อย่าใช้เตียงนอนเป็นห้องทำงาน



ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ  พบบ่อย คือความวิตกกังวล หรือความเครียด  หากมี ปัญหานานกว่า 3เดือน   อาจส่งผลต่อภาวะจิตใจ   ไม่ควรวงใจ ควรปรึกษาแพทย์  



วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561

มาจับพฤติกรรมคนชอบโกหกกันเถอะ


การโกหกส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันเป็นการโกหกเพื่อการเอาตัวรอดหรืออาจโกหกรักษาความรู้สึกของผู้อื่น บางคนตั้งใจโกหก แต่หลายครั้งๆมากเข้าจะติดมาเป็นนิสัย มากกว่าจะเป็นไปเพื่อการหลอกลวงหรือคิดร้าย  แต่ในหลายๆครั้งที่เราเองก็อยากรู้ว่าสิ่งที่เราได้ยิน เป็นความจริง หรือโกหกกันแน่ วันนี้เรามาดูวิัธีจับโกหกจาก 5 พฤติกรรม 
1.พฤติกรรมไม่สบตา เป็นพฤติกรรมอย่างแรกที่พิสูจน์ได้เลยว่า เขากำลังโกหกคุณอยู่ หรือสบตาบ่อยเกินไป ยิ่งถ้าคนที่กำลังโกหกเห็นว่าคุณกำลังจะจับโกหกเค้าอยู่  เค้ามักจะจ้องมองลงไปที่พื้นหรือหลีกสายตาไม่ยอมมองมาทางคุณ บางคนจ้องมาที่หน้าของคุณอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะเค้าคิดว่าเค้ากำลังทำการสบตากับคุณเพื่อทำให้คำโกหกเค้ามันน่าเชื่อถือมากขึ้น (บางคนก็จ้องหน้า จ้องจมูก จ้องปาก แต่ไม่ได้จ้องตาเรา)
2.พฤติกรรมเอามือปิดปาก
ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยเราไม่รู้ตัว และเหมือนกับเป็นจิตใต้สำนึกที่มักจะบอกให้เรา ปิดบังในสิ่งที่เราโกหกออกไป ซึ่งการเอามือปิดปากนั้น อาจจะเป็นในหลายรูปแบบค่ะ เช่น ทั้งมือ หรือ บางนิ้ว หรือแม้กระทั่งการไอและเอามือปิดปาก บางครั้งการนำมือขึ้นมาปิดปาก ก็อาจจะหมายถึงการที่ผู้พูดกำลังปิดบังบางอย่างจากผู้ฟังก็ได้ค่ะ
3.พฤติกรรมเอามือแตะจมูก โดยอาจจะเป็นการเอามือมาถูหรือแตะที่จมูกอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่มาที่ไปของการแตะ หรือถูจมูกนั้น มีที่มาที่ไปน่าสนใจค่ะ นั่นคือมีงานวิจัยจาก Smell and Taste Treatment and Research Foundation ที่พบว่าเมื่อเราโกหกนั้น จะมีสารเคมีชนิดหนึ่งชื่อ Catecholamines หลั่งออกมา ทำให้ผนังหรือเนื้อเยื่อภายในจมูก มีอาการพองขึ้น ทำให้เกิดอาการระคายเคืองดังนั้นการแตะหรือถูจมูก จึงเป็นสิ่งที่เรามักจะทำเพื่อลดอาการดังกล่าวค่ะ

4.พฤติกรรมเอามือถูตา ซึ่งวิเคราะห์กันมาแล้วว่าเป็นปฏิกิริยาที่ผู้พูดใช้เพื่อไม่ต้องมองหน้า หรือสบตาผู้ที่เรากำลังโกหกอยู่ บางคนอาจจะไม่ใช้มือถูตา แต่จะเส มองไปทางอื่นแทนค่ะ

5.พฤติกรรมการดึงปกคอเสื้อ มีงานวิจัยที่ค้นพบว่า นอกเหนือจากการระคายเคืองบริเวณจมูกแล้ว บริเวณลำคอก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีการระคายเคืองเมื่อเราโกหก เนื่องจากความดันโลหิตที่สูงขึ้น เมื่อเราโกหก ทำให้เกิดเหงื่อออกบริเวณลำคอ ดังนั้นการดึงบริเวณปกคอเสื้อจึงเป็นปฏิกิริยาหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อ เราโกหก

6.พฤติกรรมการดึงหรือจับใบหู  แต่มักจะเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อเราได้ยินบางอย่างที่เราไม่เชื่อ หรือไม่เห็นด้วย หรือไม่อยากฟัง แต่เราไม่สามารถพูดออกไปได้ตรงๆ ดังนั้นถ้าท่านผู้อ่านกำลังสนทนาอยู่กับผู้ใด และเขาแสดงปฏิกิริยาดังกล่าว แต่ปากกลับแสดงอาการเห็นด้วยกับสิ่งที่เราพูดนั้น ก็อาจจะตั้งข้อสงสัยได้ค่ะว่าผู้ฟังนั้นเห็นด้วย หรือเชื่อในสิ่งที่เรากำลังพูดหรือไม่ค่ะ

17 ข้อ ที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรงหลงตัวเอง





17 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคหลงตัวเอง 
1. คิดแต่เรื่องของตัวเอง แถมยังชอบพูดถึงตัวเองในแง่ดีบ่อย ๆ
2. ชอบเรียกร้องความสนใจ อยากเป็นคนสำคัญตลอดเวลา
3. คิดว่าตัวเองเป็นบุคคล VIP ฉันนี่แหละสำคัญที่สุดในโลกแล้ว
4. ชอบเพ้อฝันถึงเรื่องเกินจริง มโนแจ่มไปกับสิ่งที่เป็นภาพลวงตา คิดว่าตัวเองเก่งสารพัดอย่าง และต้องได้รับแต่สิ่งดี ๆ
5. อารมณ์แปรปรวน เหวี่ยงวีน และมักจะไม่พอใจอะไรบ่อย ๆ
6. ไม่แคร์ใคร ไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง
7. ต้องการที่จะชนะทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้ โดยไม่สนว่าอะไรจะผิดจะถูก คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่คับฟ้า ทำอะไรก็ได้
8. คิดว่าตัวเองมีแต่คนอิจฉา หรือรู้สึกอิจฉาคนรอบข้างบ่อยครั้ง
9. ต้องการมีอำนาจ ต้องการคำชมเชย และอยากเป็นที่รักของคนอื่นอยู่เสมอ
10. เอาแต่ใจตัวเอง จนไม่แคร์ว่าสิ่งที่ทำจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบคนอื่นหรือไม่
11. มักจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง อวดสิ่งที่มีสิ่งที่ได้ หรือเรียกง่าย ๆ ว่ากร่างไปทั่ว
12. คบกับใครไม่ได้นาน อยู่ร่วมกับคนอื่นยาก
13. อ่อนไหวง่าย และมักจะฟูมฟายกับเรื่องที่เสียใจแบบเกินเหตุ
14. ทนไม่ได้กับการถูกวิพากษ์วิจารณ์
15. ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง และมักจะโทษว่าเป็นความผิดของบุคคลอื่นร่ำไป
16. รู้สึกเหมือนตัวเองเหนือกว่าคนอื่น และสามารถจะผลักใครให้พ้นทางก็ได้
17. ชอบที่จะเป็นผู้รับ โดยที่ไม่คิดจะเป็นผู้ให้
คุณมีกี่ข้องคะ หากมากเกิน 5 ข้อคุณควรพูดคุยกับจิตเเพทย์เพื่อหาทางออกแล้วค่ะ
ผู้หญิง, แว่นตา, ออปติคอล, ใบหน้า, ดวงตา

ประกันสังคมแจ้งข่าวดี







อัพเดทข่าวดีสำหรับผู้ใช้สิทธิ์ประกันสังคม เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อ 22 มิ.ย.58 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศ (20 ต.ค.58)  โดยเพิ่ม – ขยายขอบเขตการได้รับสิทธิ์ในผู้ประกันตนดังต่อไปนี้
  • กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยปัจจุบัน : มีสิทธิได้รับเฉพาะค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ากินอยู่ และรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์ ค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย
    ฉบับใหม่เพิ่ม : ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์

  • กรณีคลอดบุตร
    ปัจจุบัน :  
    มีสิทธิได้รับไม่เกิน 2 ครั้ง เหมาจ่าย ครั้งละ 13,000 บาท + เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน
    ฉบับใหม่เพิ่ม : 
    มีสิทธิได้รับไม่จำกัดจำนวนครั้ง

  • กรณีสงเคราะห์บุตรปัจจุบัน : ได้รับสำหรับบุตรอายุ 0 – 6 ปี คราวละ ไม่เกิน 2 คน เหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 400 บาท ต่อคน
    ฉบับใหม่เพิ่ม  : มีสิทธิได้รับคราวละไม่เกิน 3 คน

  • กรณีว่างงาน
    ปัจจุบัน : 
     ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออก
    ฉบับใหม่เพิ่ม : 
    ให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง เช่น กรณีสถานประกอบการถูกน้ำท่วม

  • ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพปัจจุบัน : ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน กรณีตาย
    ฉบับใหม่เพิ่ม : สิทธิประโยชน์กรณีตายแก่ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง/ ผู้ทุพพลภาพ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ

  • ผู้จงใจให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย
    ปัจจุบัน : 
    ไม่ได้รับความคุ้มครอง
    ฉบับใหม่เพิ่ม :
     สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่จงใจทำให้ตนเองบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย หรือยินยอมให้ผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้น

  • กรณีทุพพลภาพ
    ปัจจุบัน :
     ผู้ประกันตนต้องสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายร้อยละ 50 ถึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ
    ฉบับใหม่เพิ่ม : ผู้ประกันตนซึ่งสูญเสียสมรรถภาพ ไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกายมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ

  • ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538
    ปัจจุบัน :
     ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 15 ปี
    ฉบับใหม่ : ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต

  • กรณีตาย เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย
    แก้ไข :ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่สามสิบหกเดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้าง รายเดือน ที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสี่ถ้าก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่หนึ่งร้อยยี่สิบเดือนขึ้นไปให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือนที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสิบสอง

  • ปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่ม
    ปัจจุบัน :
     ผู้ประกันตนที่ไม่มีทายาท (บิดา มารดา บุตร และคู่สมรส) ไม่สามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยเงินบำเหน็จชราภาพจะตกเป็นของกองทุน 
    ฉบับใหม่ : 
    ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยมีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท หากไม่มีทายาท หรือไม่มีบุคคลที่ทำหนังสือระบุจะให้สิทธิแก่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา )

  • ขยายระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนปัจจุบัน :ระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายใน 1 ปี
    ฉบับใหม่ : จาก 1 ปี เป็น 2 ปี

  • ความคุ้มครองลูกจ้างส่วนราชการปัจจุบัน :คุ้มครองเฉพาะลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน
    ฉบับใหม่ : ขยาย ความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ

  • ความคุ้มครองลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ
    ปัจจุบัน : ไม่คุ้มครอง
    ฉบับใหม่ :ขยาย  ความคุ้มครองให้กับลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีอีกสิทธิประโยชน์อีกหลายข้อที่ผู้ใช้สิธิ์ประกันสังคมสามารถดูข้อมุลเพิ่มเติมได้ที่  เวบไซด์สำนักงานประกันสังคม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SSO สายด่วย 1506 หรือ

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561

วิธีลงทุนให้ร่ำรวยแบบถาวร

เตรียมพร้อมกับความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงเมื่อชีวิตเข้าสู่จวัยเกษียณ สร้างความร่ำรวม ต้องวางแผนพฤติกรรมการใช้จ่าย

ใช้เงินอย่างมีเป้าหมาย ใช้จ่ายอย่างมีแนวทางไม่ประมาท

ทำบัญชีรายรับรายจ่าย  
    ให้เริ่มทำจากบัญชีรายรับ รายจ่าย เวลาจะใช้จ่ายในเรื่องไม่จำเป็น ให้พกสมุดเล็กๆ มาติดตัวไว้ตลอด เมื่อควักจ่าย ก็จัดการจดทันที ทำบัญชีรายเดือน หรือ รายสัปดาห์ตามสะดวก แล้วจะรู้ทันทีว่าเงินหายไปไหน

เลือกซื้อสิ่งที่จำเป็นจริงๆ  
      สิ่งของทุกอย่างล้วนมีระดับความจำเป็นไม่เท่ากัน คุณควรคิดให้รอบคอบว่าสิ่งนั้น มีความจำเป็นกับคุณแค่หน โดยพิจารณาซื้อที่จำเป็นก่อน เป็นสินค้าลดราคา มีความจำเป็นกับคุณแค่ไหน  หากไม่จำเป็นจริง ๆ ควรเก็บเงินไว้ก่อนดีกว่า

เลือกใช้ข้าวของเครื่องใช้อย่างชาญฉลาด
      การซื้อของยกแผงใช่ว่าจะประหยัด เสมอไป เพราะ อาหารสดในแพ็ค บางคนติดนิสัยซื้อสินค้ายกแพ็ค ตามห้าง  เพราะได้สินค้าต่อหน่วยถูก ตรงนี้เหมาะกับ สินค้าพวก สบู่ ยาสระผม แฟบ แต่ไม่เหมาะกับอาหาร บางทีซื้อมาลืมกิน หรือไม่มีเวลาปรุงอาหาร  หรือเบื่อแล้ว อาหารก็จะอยู่ในตู้เย็น

ขัดเกลาตัวเองไม่ให้ซื้อของได้ง่ายๆ  
    ก่อนจะจ่ายเงิน ที่แคชเชียร์ทุกครั้งต้อง ถามใจตัวเองครั้งสุดท้าย ว่าจะซื้อดีหรือเปล่า จะได้ไม่เสียใจภายหลัง เว้นแต่ว่าของสิ่งนี้นเป็นของที่จำเป้นต้องใช้ไม่หรือ ของที่อยากได้  หรือว่า กลับมาดูหลายๆ รอบ  อาจเกิดความรู้สึกไม่อยากซื้อของชิ้นนั้นอีกต่อป  อาจหักดิบ ไม่ไปห้างบ่อยๆ ไม่กินของแพง กินของในตุ้เย็นให้หมดก่อน  ที่จะซื้อของมาหม่ แล้วคิดดูว่าสิ่งที่อยากได้ อยากซื้อ เพราะโดนสังคมกระทบ หรือ  ตัดหนีสังคมสักพัก  จะด้รู้ว่าเรา ประหยัด ว่าคุณมีคุณค่าแค่ไหน
 

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ุ6ข้อกุญแจแห่งความสำเร็จ




1. ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ ก็คืออ่านหนังสือนั่นเอง  การอ่านช่วยให้คุณได้รับความรุ้ใหม่ๆ เทคนิคต่างๆในเรื่องที่อ่านแล้ว ยังช่วยให้ลดความเครียด และกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆด้วย

คน, ด้านบนภูเขา, บรรลุ, ภูเขา


2. ออกกำลังกายสม่่ำเสมอ  เรื่องสุขภาพก็สำคัญ ที่จะต้องให้ความสำคัญ  เพราะหากมีสุขภาพดีแล้ว จะทำให้คุณมีแรง คิดไปสู่ความสำเร็จได้ อาจออกด้วยการโยคะ ฟิตเนต ว่ายน้ำ


3. หาที่ปรึกษา  แม้เราจะเรียนรุ้จากคลิปต่างๆแล้ว จากอินเตอร์เนตแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวปไซด์ หากจะเรียนรู้อย่างถูกวิธีคุณต้ต้องมองหาผุ้ที่ให้คำปรึกษาแก่คุณในเรื่องๆนั้น ทำให้คุณได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกที่ครบถ้วน


4 .ทานอาหารที่มีประโยชน์  เพราะอาหาร จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดี หากคุณมีสุขภาพไม่แข็งแรง ก็จะทำให้งานของคุณไม่สำเร็จสมองไม่แล่นได้


 

5.การมีมานะอดทน การงานที่จะสำเร็จได้ นอกจากอาศัยสติปัญญาแล้ว ความมานะออดทนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง เช่นกัน การที่จะสำเร็จมาด้วยต้องอาศัยด้วยความทุ่มเท เช่นอยากเป็น นักเขียนที่ประสบความสำเร็จได้ต้องเขียนทุกวัน อยากเก่งภาษาอังกฤษ ก็ต้องอาศัยการท่องจำ ทุกวันเช่นเดียวกัน ต้องมีการฝึกฝนสม่ำเสมอ 



 

6.ปฏิเสธให้เป็น หากเราจะรับทุกเรื่องเข้ามาในชีวิตไปทั้งหมดไม่ได้หลอก เพราะจำทำให้ชีวิต รุงรังไปหมด หากลดสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไปบ้าง ไปสู่ความที่ต้องการที่แท้จริงเส้นทางสู่ความสำเร็จก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม



5เทคนิคลดอาการวิตกกังวล


ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง, น้ำ และ ธรรมชาติ

1. สมาธิ   คือ  ความสงบ สบาย และความรู้สึกเป็นสุขสามารถสร้างขึ้นด้วยตนเอง
องค์ประกอบสำคัญในการทำสมาธิวิธีการทำสมาธิแต่ละประเภทอาจต้องใช้คุณสมบัติที่แตกต่างกันไปวิธีฝึกสมาธิทำได้โดย 
  • การมุ่งเน้นความสนใจหรือการจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
  • การหายใจด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย
  • การเลือกสถานที่ที่มีความเงียบสงบ
  • อยู่ในท่าทางที่สบายและเหมาะสม
  • ทำใจให้เปิดกว้างและปล่อยวาง

2. พักเบรกชาต์แบตให้ตัวเอง  นอนหลับพักให้พอ  ถ้านอนไม่พอ ทำให้ร่างกาย หลั่งฮอร์โมนแปรปรวนได้ง่าย พักเบรกสั้นๆ ระหว่างทำงาน เพราะจะช่วยให้การเต้นของหัวใจและความดันคุณต่ำลงถ้าไม่มีการพักเบรก อาจจะหลับตาสั้นๆ หายใจเข้าออก



3.  จดงานที่ต้องทำตามลิสความสำคัญ ถ้าคุณใช้สมองจดจำงานมากขึ้นจะทำให้คุณเหนื่อยล้าเสียพลังงานด้วย การจดสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน หรือลิสต์รายการเป็นข้อๆ จะช่วยให้คุณเรียบเรียงข้อมูลในสมองได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้การจดจำของคุณดีขึ้นอีกด้วย


4. ฝึกคิดบวก ลดการคิดลบ  สิ่งที่จะลดพลังงานคุณคือกำลังใจของคุณไปได้หากคุณคิดในแง่ลบ ต้องปรับเรื่องนี้ด้วย เพียงคุณยิ้ม ขอบคุณ แสดงความยินดีเมื่องานลุล่วงสำเร็จ หรือให้กำลังใจตัวเอง จะทำให้คุณมีพลังงานมากขึ้น อย่าโทษตัวเองเมื่อทำงานผิดพลาด


5.อย่ารับปากคนอื่นมากเกินไป  เพราะจำทำให้คุณเครียดกับความรู้สึกตรงนี้ กับความคาดหวังของตัวคุณเองและคนอื่นๆ

17อาการเตือนว่าคุณจะเป็นโรคไต

1.    ปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ ที่เกิดจากทางเดินปัสสาวะอักเสบซึ่ง  มักจะพบในเพศหญิง แต่หากพบในเพศชายจะต้องตรวจหาสาเหตุ เช่นน...